สวัสดีครับ ในบทความนี้ผมจะอธิบายการใช้งาน IPFS ด้วย Docker ซึ่งการใช้งาน IPFS ด้วย Docker นั้นเป็นแนวทางนึงในการใช้งาน IPFS สําหรับใครที่อยากจะติดตั้งบนเครื่องก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Document ของ IPFS ได้เลยครับ แต่โดยส่วนตัวของผมนั้น ผมชอบที่จะใช้ผ่าน Docker เนื่องจากไม่ต้องติดตั้ง IPFS บนเครื่องของเรา ถ้าใครยังไม่รู้จัก Docker สามารถไปอ่านบนความเก่าๆได้ครับที่นี่ https://thiti.dev/tag/docker
เริ่มทําตามไปที่ละ Step นะครับ
เราจะใช้ Docker image จาก hub.docker.com/r/ipfs/go-ipfs นะครับ
Start container ด้วยคําสั่งนี้
docker run -d --name ipfs_host -v <Your export directory>:/export -v <Your ipfs data directory>:/data/ipfs -p 4001:4001 -p 127.0.0.1:8080:8080 -p 127.0.0.1:5001:5001 ipfs/go-ipfs:latest
เปลี่ยน <Your export directory> และ <Your ipfs data directory> เป็น Directory ตามต้องการ
ตัวอย่าง
docker run -d --name ipfs_host -v /home/thiti/export:/export -v /home/thiti/ipfs:/data/ipfs -p 4001:4001 -p 127.0.0.1:8080:8080 -p 127.0.0.1:5001:5001 ipfs/go-ipfs:latest
จะพบว่ามี Docker Container ชื่อ ipfs_host รันขึ้นมา โดยมี Daemon ของ IPFS รันอยู่ภายใน
ให้ตรวจสอบ log ของ IPFS ว่าพร้อมใช้งานหรือยังด้วยคําสั่ง
docker logs -f ipfs_host
รอจนกว่าจะขึ้นประมาณนี้ แสดงว่า IPFS พร้อมใช้งานแล้ว
Gateway (readonly) server
listening on /ip4/0.0.0.0/tcp/8080
หลังจากนี้เมื่อต้องการใช้งาน IPFS ก็จะเรียกใช้งานผ่าน ipfs_host ครับ
Copy File ที่ต้องการไปไว้ใน Directory export (Directory ที่เรา map volume ไว้ตอน Run Docker container)
เพิ่มไฟล์ที่ต้องการเข้าไปยัง IPFS Network โดยใช้คําสั่งตามนี้
docker exec ipfs_host ipfs add /export/<Your file name>
หรือถ้าต้องการเพิ่มทั้ง Directory ก็ใส่ “-r” ตามนี้ครับ
docker exec ipfs_host ipfs add -r /export/<Your directory name>
File ของคุณจะ Online และ IPFS จะแสดงค่า Hash ของ File ขึ้นมา ประมาณนี้

โดยคุณสามารถเข้าถึงไฟล์ด้วยค่า Hash ดังกล่าวผ่านทาง Url นี้
https://ipfs.io/ipfs/<Your hash>
ตัวอย่าง ipfs.io/ipfs/QmVPv5MTWK5k9wbDZcD2LTKzgcpCbnRB3RBNvN4AcZx2VL
เท่านี้ไฟล์ของคุณก็จะคนอยู่ใน IPFS Network เป็นที่เรียบร้อย
File ที่ถูกเพิ่มเข้าไป จะยัง Online อยู่เสมอตามใดที่เครื่องยังเปิดอยู่ หรือมีคนสนใจไฟล์นี้ และ Pin ไฟล์นี้ไว้
การบวก-ลบจำนวนเต็มผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวก 2 จำนวน หรือ จำนวนเต็มลบ 2 จำนวน จะมีค่าเท่ากับค่าบวกหรือค่าลบของผลบวกค่าสัมบูรณ์ตามลำดับผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบ คือ ผลต่างระหว่างค่าสัมบูรณ์ทั้งสองโดยใช้ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นตัวตั้ง แล้วใส่เครื่องหมายตามตัวมากกว่า การลบจำนวนเต็ม ต้องอาศัยการบวกตามข้อตกลงดังนี้ ตัวตั้ง - ตัวลบ = ตัวตั้ง + จำนวนตรงข้ามของตัวลบ ตัวอย่าง เช่น6 - 2 = 6 + (-2)2 - 6 = 2 + (-6)(-15) - 3 = (-15) + (-3)จะเห็นได้ว่า เวลาบวกเลขที่มีเครื่องหมาย ถ้าเครื่องหมายเหมือนกันก็เอาไปรวมกันถ้าเครื่องหมายต่างกันก็เอาไปหักกัน จำนวนที่เหลือก็มีเครื่องหมายตามจำนวนมากในการลบนั้น เราเปลี่ยนเครื่องหมายตัวลบให้เป็นตรงข้ามคือ ถ้าตัวลบเป็นจำนวนลบก็เปลี่ยนเป็นจำนวนบวกแล้วเอาไปบวกกับตัวตั้งถ้าตัวลบเป็นจำนวนบวกก็เปลี่ยนเป็นจำนวนลบแล้วเอาไปบวกกับตัวตั้ง ตัวอย่างเช่น5 + 4 = 95 + (–4) = 1(–5) + 4 = – 1(–5) + (–4) = – 95 – 4 = 5 + (–4) = 1(–5) – 4 = (–5) + (–4) = – 9(–5) – (–4) = (–5) + 4 = – 1ขอบคุณข้อมูลจาก https://sites.google.com/site/jintanapantalam/keiyw-kab-rea/rabb-canwntem
พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พ.ศ.2515ข้อมูลผลิตเป็นที่ระลึกเนื่องในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515
สวัสดีครับ ในบทความนี้ก็เป็น EP.11 แล้วนะครับ โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Panic คืออะไร ใช้ทําอะไร และมีวิธีการใช้อย่างไรสําหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน EP.10 ท่านสามารถกลับไปอ่านก่อนได้นะครับที่นี่ Go EP.10 Defer ในภาษา Goมาเริ่มเรียนรู้ไปด้วยกันตามหัวข้อด้านล่างเลยครับ