[Rectifier] วงจรเร็กติไฟร์

25 Jun 2016,
Share: 
Vacay banner

วงจรเร็กติไฟร์ หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า วงจรเรียงกระแส วงจรนี้จะทําหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยจะใช้ไดโอดเป็นอุปกรณ์หลักของวงจร ซึ่งชนิดของไดโอดที่นิยมนํามาใช้คือ ชนิดซิลิกอน วงจรเร็กติไฟร์มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้

  • เร็กติไฟเออร์ครึ่งคลื่น (Half Wave Rectifier)
  • เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นใช้หม้อแปลงมีแทปกลาง (Full Wave Rectifier by Center-tapped Transformer)
  • เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นแบบบริดจ์ ( Full Wave Bridge Rectifier)

เร็กติไฟเออร์ครึ่งคลื่น (Half Wave Rectifier)

เร็กติไฟร์เออร์ครึ่งคลื่น เป็นวงจรแปลงไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสตรง โดยภายในวงจรจะใช้ ไดโอดเพียงตัวเดียว ใช้ไดโอดตัวนี้ในการตัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับออกไปซีกใดซีกหนึ่ง ดังรูป

Image

จากรูป เมื่อไฟฟ้ากระแสสลับช่วงบวกไหลผ่านไดโอด(ไบอัสตรง)จะสามารถไหนผ่านไอโอดไปได้ ทําให้มี output เป็น ซีกบวกออกไป แต่เมื่อไฟฟ้ากระแสสลับเป็นช่วงลบไหลผ่านไดโอด(ไบอัสกลับ)จะไม่สามารถไหลผ่านไดโอดได้ output ออกเป็น 0V

Image

จากรูป เมื่อไฟฟ้ากระแสสลับช่วงบวกไหลผ่านไดโอด(ไบอัสกลับ)จะไม่สามารถไหลผ่านไดโอดได้ output ออกเป็น 0V แต่เมื่อไฟฟ้ากระแสสลับเป็นช่วงลบไหลผ่านไดโอด(ไบอัสตรง) จะทําให้ไปลบไหนผ่านไดโอดได้ทําให้มี output ออกไปเป็นซีกลบ

เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นใช้หม้อแปลงมีแทปกลาง (Full Wave Rectifier by Center-tapped Transformer)

เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นใช้หม้อแปลงมีแทปกลาง(Full Wave Rectifier by Center-tapped Transformer) เป็นวงจรแปลงไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสตรง โดยใช้หม้อแปลงแบบมีแทป และไดโอด 2 ตัว อันดับแรกเรามาดูการทํางานของหม้อแปลงแบบมีแทปกันก่อน

Image

ในรูป output ของหม้อแปลง V1 และ V2 ในช่วงเวลาเดียวกันจะมีไฟฟ้าซีกตรงข้ามกัน และมี CT เป็น 0V เมื่อนํามาต่อกับวงจรจะได้ดังนี้

Image

จากรูปเมื่อนําไดโอดสองตัวมาต่อ จะทําให้ไดโอดแต่ละตัวสลับกันทํางานตามช่วงเวลาที่ตัวเองไบอัสตรง ทําให้ได้ output ออกมาตามกราฟล่าง (Full Wave) เป็นกระแสตรง

เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นแบบบริดจ์ ( Full Wave Bridge Rectifier)

เร็กติไฟเออร์เต็มคลื่นแบบบริดจ์ ( Full Wave Bridge Rectifier) เป็นวงจรแปลงไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสตรง โดยใช้ไอโอดทั้งหมด 4 ตัว จะต่อเป็นวงจรได้ดังนี้

Image

เริ่มต้นด้วยเมื่อมีไฟฟ้าซีกบวก(A)เข้ามา จะทําให้ D2 และ D4 ได้รับไบอัสตรง จะได้ output เป็นไฟซีกบวก ต่อมาเมื่อไฟซีกลบ(B)เข้ามา จะทําให้ D1 และ D3 ได้รับไบอัสตรง จะได้ output เป็นไฟซีกบวกเช่นเดียวกัน จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จึงทําให้เราได้ output เป็นไฟตรง ในการใช้งานจริงนั้น จะต้องต่อตัวเก็บประจุคร่อมที่ output เพิ่มเติม เพื่อให้ไฟกระแสตรงที่ยังกระเพื่อมอยู่เรียบเป็นเส้นตรง สามารถนําไปจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้

ที่มาของข้อมูลและรูปภาพ www.loeitech.ac.th

Suggestion blogs

เริ่มต้นใช้ Linode

Linode คืออะไรLinode เป็น เป็นผู้ให้บริการ VPS (Virtual Private Server) เจ้าหนึ่ง เช่นเดียวกับ Digital Ocean และ Vultr ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะลงโปรแกรม หรือ Config Server ต่างๆ เหมือนเราเป็นเจ้าของ Server เครื่องนั้นๆเลย ซึ่งเบื้องหลังเค้าไม่ได้ให้เราควบคุมเครื่องจริงๆ แต่จะจําลองเครื่อง Server ขึ้นมาให้เราได้ใช้งานเสมือนว่าเราเป็น

คํานวณความต้านทาน วงจรอนุกรม

การคํานวณค่าความต้านทานรวมเมื่อนํา R(ตัวต้านทาน) มาต่อกันแบบ อนุกรม ดังรูป

Deep clone object in JavaScript

สวัสดีครับ ไม่ได้เขียน Blog มานาน วันนี้เอาซะหน่อยเป็นเรื่องสั้นๆที่เกี่ยวกับการ Clone object ใน Javascriptปกติ Object ใน Javascript จะเป็น Referent type หมายความว่า เมื่อเราสร้าง Object ขึ้นมา มันจะสร้าง Reference variable ไว้ใน Stack memory และใช้ Variable ที่เราประกาศ ชี้ไปยัง data ที่อยู่ในหน่วยความจำส่วนของ Heap memory อีกที


Copyright © 2019 - 2026 thiti.dev | v1.61.0 | Privacy policy | 

Build with ❤️ and Astro.

Github profile Linkedin profile Instagram X profile Nostr Youtube channel Telegram Email contact วงแหวนเว็บ