Config proxy for docker

5 Jan 2018,
Share: 

สวัสดีครับ บทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ Docker ผ่าน Proxy เราจะมาดูถึงวิธีการ Config กันครับ ซึ่งวิธีการ Config proxy ให้กับ Docker นั้นไม่ยาก ทําตามขั้นตอนนี้ได้เลย

สร้าง Directory นี้ก่อนครับ “docker.service.d” ด้วยคําสั่ง

mkdir -p /etc/systemd/system/docker.service.d

สร้างไฟล์ “http-proxy.conf” ไว้ใน Directory ที่ถูกสร้างเมื่อสักครู่นี้ โดยใช้คําสั่ง

sudo nano /etc/systemd/system/docker.service.d/http-proxy.conf

ภายในไฟล์จะเป็นคําสั่ง Config proxy ประมาณนี้

[Service]
Environment="HTTP_PROXY=http://user:password@proxy.example.com:80/" "NO_PROXY=localhost,127.0.0.1"
Environment="HTTPS_PROXY=https://user:password@proxy.example.com:443/" "NO_PROXY=localhost,127.0.0.1"

คําอธิบาย

  • HTTP_PROXY คือ ค่า Config สําหรับ http
  • HTTPS_PROXY คือ ค่า Config สําหรับ https
  • NO_PROXY คือ Host หรือ url ไหนบ้างที่เราไม่ต้องการให้ใช้งานผ่าน Proxy

เมื่อเราใส่ค่า  Config เสร็จแล้วก็ Save ให้เรียบร้อย Apply ค่า Config ด้วยคําสั่ง

sudo systemctl daemon-reload

Restart docker ด้วยคําสั่ง

sudo systemctl restart docker

วิธีตรวจสอบการ Config ของเราว่าถูกต้องมั้ย ด้วยคําสั่ง

systemctl show --property=Environment docker

เท่านี้ก็จะสามารถใช้งาน Docker ผ่าน Proxy ได้แล้วครับ

Suggestion blogs

chwon เปลี่ยนเจ้าของไฟล์ และ folder ทั้งหมดภายในครั้งเดียว

โดยปกติแล้วถ้าต้องการเปลี่ยนเจ้าของไฟล์ ใน ubuntu เราจะใช้คําสั่งsudo chown [user]:[group] [file or directory][user] คือ user ที่ต้องการ[group] คือ group ที่ต้องการ(จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)[file or directory] คือ file หรือ directory ที่ต้องการจะเปลี่ยนเจ้าของ

ติดตั้ง Software หลายๆตัวบน mac ในครั้งดียว ด้วย Brew

สวัสดีครับ ปกติเวลาเราต้องการจะติดตั้ง Software บนเครื่อง Mac ก็สามารถทําได้หลายรูปแบบ เช่น โหลด file พวก _.dmg หรือ _.pkg สําหรับติดตั้งมากดติดตั้ง หนึ่งในหลายๆแบบในการติดตั้ง Software บน Mac ที่งายก็คือการใช้งาน Brew ครับ ซึ่ง Brew จะช่วยให้เราสามารถติดตั้ง Software บน Mac ได้ในคําสั่งเดียว โดยเราไม่ต้องไปโหลด File install ลงมาบนเครื่องให้ยุ่งยาก

Vue.js เริ่มต้น ตอน8 (Conditional Rendering v-if)

สวัสดีครับ ตอนนี้เป็นตอนที่8 แล้วนะครับ จะเกี่ยวข้องกับ Conditional Rendering ซึ่งก็คือการใช้ if else นั่นเอง โดย Vue ก็ออกแบบมาให้เราใช้งานได้ง่ายครับ โดยเราสามารถใส่ if else ใน Attribute ได้เลย มาดูกันครับว่า Vue ทําอะไรได้บ้าง


Copyright © 2019 - 2026 thiti.dev |  v1.61.0 |  Privacy policy | 

Build with ❤️ and Astro.

Github profile   Linkedin profile   Instagram   X profile   Nostr   Youtube channel   Telegram   Email contact   วงแหวนเว็บ