การสร้าง Class และการใช้งาน Class ในภาษา C++ มาดูวิธีการเขียนเลยครับ ก่อนอื่นให้เราสร้าง header(*.h) ก่อนครับ ไฟล์นี้จะเป็นตัวที่ใช้ระบุว่า Class เราชื่ออะไรมี method อะไรบ้าง มี field อะไรบ้าง รูปแบบการเขียนคือ
ไฟล์ cal.h
#include <stdio.h>
class cal{
public:
int plus(int a, int b);
int increase(int a);
private:
int increaseNum;
};
มีรายละเอียดดังนี้
เมื่อเราเขียน file header(*.h) เรียบร้อยเราก็จะมาเขียน ไฟล์เนื้อหา หรือการทํางานของ Class กันครับ โดยจะมีนามสกุล *.cpp ไฟล์ cal.cpp
#include <cal.h>
int cal::plus(int a, int b){
return a+b;
}
int cal::increase(int a){
increaseNum = 1;
return(a+increaseNum);
}
เท่านี้เราก็จะได้ Class cal ตามที่ต้องการแล้วครับ ต่อมาเมื่อเราต้องการนํา Class นี้มาใช้งาน ในตัวอย่างนี้เราจะสร้าง main.cpp ขึ้นมาโดยมีเนื้อหาดังนี้ ไฟล์ main.cpp
#include <stdio.h>
#include <cal.h>
int main(void){
cal objCal; //สร้าง Object ของ Class cal
printf("Return from method plus: %d\n", objCal.plus(1,2)); //เรียกใช้ Method plus
return(0);
}
การ compile จะต้อง compile cal.cpp และ main.cpp ให้เป็น Object(*.o) ไฟล์ก่อน แล้วจึงนํา object ไฟล์มา compile รวมกันเป็น Execute ไฟล์อีกที compile cal.cpp ได้ออกมาเป็นไฟล์ cal.o
g++ -I[path include] -c cal.cpp
compile main.cpp ได้ออกมาเป็นไฟล์ main.o
g++ -I[path include] -c main.cpp
compile ครั้งสุดท้ายเพื่อรวมทุกไฟล์ให้เป็น Execute ออกมาโดยใช้ชื่อ “mainexe”
g++ cal.o main.o -o mainexe
สวัสดีครับ บทความนี้ผมจะมาเรียนรู้กันนะครับว่า Deno คืออะไร มีฟีเจอร์สำคัญอะไรบ้าง รวมไปถึงการใช้งานเบื้องต้นDeno เป็น JavaScript Runtime เหมือนกับ Node.js เลยครับ ผู้สร้าง Deno คือ Ryan Dahl ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่เริ่มโครงการ Node.js ตั้งแต่ปี 2009 หลังจากนั้นเค้าก็ได้ออกจากโครงการ Node.js ไปเมื่อปี 2012 และกลับมาพัฒนาโครงการ Deno โดยใช้ภาษา Rust ในการพัฒนา และกล่าวด้วยว่า Deno นั้นสร้างขึ้นมาเพื่อลบข้อเสียของ Node.js ตอนนี้ Deno ก็ออกเวอร์ชั่น 1.0 พร้อมสําหรับการใช้งานจริงแล้ว
สวัสดีครับ ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับค่า CRI กันครับ และค่าความถูกต้องของสีมีความสําคัญอย่างไร เอาไว้ทําอะไร
ระบบ file ใน Ubuntu จะมีการกําหนด Owner และ สิทธิ์ของ User การอ่านสิทธิ์เข้าใช้งาน file, Directory ใน ubuntu") ที่จะกระทําการใดๆกับ file หรือ Directory นั้นๆ โดยปกติแล้ว User ที่สร้าไฟล์หนึ่งขึ้นมา จะเป็นเจ้าของไฟล์(Owner)นั้นโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าหากต้องการแก้ไข เจ้าของไฟล์ให้เป็น User อื่น สามารถเปลี่ยนด้วยคําสั่งนี้