swap คือ file ประเภทหนึ่งที่ทําหน้าที่คลาย ram โดยจะต่างจาก ram ตรงที่ เป็นไฟล์ที่ถูกเขียนบน HDD ซึ่งจะมีความเร็วน้อยกว่า ram ในกรณีที่ ram ไม่พอ เราสามารถสร้าง swap มาใช้เป็น ram สํารองได้
ขั้นตอนแรกจะต้องสร้าง swap file ชื่อว่า “swapfile” ไว้ใน ”/“(root directory) โดยกําหนดขนาด 4GB สร้างด้วยคําสั่ง
sudo fallocate -l 4G /swapfile
สามารถเชคไฟล์ที่สร้างขึ้นมา ได้ด้วยคําสั่ง
ls -lh /swapfile
จะได้ออกมาประมาณนี้
-rw-r--r-- 1 root root 4.0G Apr 28 17:19 /swapfile
เมื่อสร้าง swap file แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ Enabling the Swap File ด้วยคําสั่ง
sudo chmod 600 /swapfile
ต่อด้วยคําสั่ง
sudo mkswap /swapfile
และคําสั่ง
sudo swapon /swapfile
คําสั่งในการตรวจสอบ Enabling the Swap File หรือยัง
free -m
จะแสดงผล swap ออกมา

ตอนนี้ swap ทํางานแล้ว แต่เมื่อใดที่เครื่องถูกปิด หรือ restart ขึ้นมา file swap จะไม่ถูก enable ให้ ถ้าต้องการจะให้ enable ทุกครั้งที่เปิดเครื่องวิธีคือ แก้ไขไฟล์ “/etc/fstab” ด้วยคําสั่ง
sudo nano /etc/fstab
แล้วเพิ่มคําสั่งนี้ที่ท้ายบรรทัด
/swapfile none swap sw 0 0
แล้ว save file เท่านี้ก็เสร็จสิ้นการสร้าง swap ครับ ต่อมาเราจะกําหนดโอกาศที่ระบบจะมาใช้ swap โดยจะกําหนดเป็น % ค่า default คือ 60 โดยทั่วไปจะกําหนดเป็น 10 วิธีเปลี่ยนคือ แก้ไขไฟล์ “/etc/sysctl.conf” ด้วยคําสั่ง
sudo nano /etc/sysctl.conf
เพิ่มคําสั่งนี้ที่ท้ายของบรรทัด
vm.swappiness=10
save file เสร็จสิ้นการ config swap memory ใน ubuntu :)
ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่เปิดเผยสู่สาธารณะหรือเรียกกันว่า Surface Web เพียง 4% ซึ่งสามารถค้นหาผ่าน Search engine ทั่วไปได้เช่น google ฯลฯ แต่ที่เหลือ 96% เป็นเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ หรือเรียกกันว่า Deep web และ Dark web ความแตกต่างระหว่าง Surface Web, Deep web และ Dark web คือ
สวัสดีครับ บทความนี้ผมจะพูดถึงเรื่อง Docker compose ซึ่งผมมองว่ามันเป็นหัวใจหลักของ Docker เลยก็ว่าได้เพราะมันจะช่วยให้การจัดการ Docker ทั้ง project ของเราเป็นเรื่องง่าย ก่อนที่จะอ่านบทความนี้จะต้องรู้ใน
สําหรับบทความนี้เป็นบทความสั้นๆนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ config เพื่อกําหนดการ login ssh ของ user root โดยเราจะแก้ไข file config นี้ "/etc/ssh/sshd_config" ผมจะแบ่งการ config เป็นสองหัวข้อคือ