การ setting wifi ของ raspberry pi มีวิธีดังนี้ เริ่มแรก scan wifi ก่อนเพื่อดูว่า มี wifi ตัวไหนที่สามารถเชื่อมต่อได้บ้าง ด้วยคําสั่งนี้
sudo iwlist wlan0 scan
ก็จะได้ผลออกมาประมาณนี้ จะแสดงผลออกมาว่าเจอ wifi ตัวไหนบ้าง และมี SSID คืออะไร(ในกรอบสีแดง)

ถ้าไม่ขึ้นตามภาพแสดงว่าอาจจะมีปัญหาการเชื่อมต่อระหว่า raspberry pi กับ usb wifi
ขั้นตอนต่อไป เราจะ setting raspberry pi เพื่อบอกให้ raspberry pi รู้ว่ามันจะต้องไป connect กับ wifi ตัวไหน โดยจะระบุ SSID และ password เข้าไปแก้ไขไฟล์ “/etc/wpa_supplicant/wpa_supplicant.conf” ด้วยคําสั่ง
sudo nano /etc/wpa_supplicant/wpa_supplicant.conf
แล้วเพิ่ม code นี้เข้าไป
network={
ssid="test-wifi"
psk="1234"
}
ให้แก้ไข SSID และ password ตามต้องการครับ ในตัวอย่างผมจะ connect ไปที่ wifi ชื่อ test-wifi และมี password คือ 1234

restart interface ด้วยคําสั่ง
sudo ifdown wlan0
แล้วตามด้วยคําสั่ง
sudo ifup wlan0
ตรวจสอบการเชื่อต่อด้วยคําสั่ง
ifconfig wlan0
ถ้ามีข้อมูลของ inet ขึ้นมาแสดงว่าเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วดังรูป

ในการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ค่าความต้านทานที่คํานวณได้อาจจะไม่มีขายตามท้องตลาด ดังนั้นเราจึงต้องใช้ค่าที่ใกล้เคียงหรือ นํามาต่อ ขนาน-อนุกรม กันเพื่อให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงที่สุด ข้อมูลในตารางเป็นค่าความต้านทานที่มี
วิธีการตรวจสอบว่าตัวแปรเป็น Nothing หรือ ไม่เป็น Nothing ใน vb ทําได้ดังนี้
CNAME Record (Canonical Name) เป็น Config ที่อยู่ใน DNS Management เพื่อบอกว่า Subdomain นี้ ให้ชี้ไปยัง Hostname ไหน เช่นกําหนด CANME ให้ mail.aaa.com ชี้ไปที่ webmail.bbb.com เมื่อเข้าเว็บด้วย mail.aaa.com มันก็จะวิ่งไปที่ webmail.bbb.com แล้วแสดงหน้าเว็บนั้นขึ้นมาทันทีกําหนด CANME ให้ www.aaa.com ชี้ไปที่ aaa.com เมื่อเข้าเว็บด้วย www.aaa.com มันก็จะวิ่งไปที่ aaa.com แล้วแสดงหน้าเว็บนั้นขึ้นมาทันทีกําหนด CANME ให้ api.aaa.com ชี้ไปที่ ccc.com เมื่อเข้าเว็บด้วย api.aaa.com มันก็จะวิ่งไปที่ ccc.com แล้วแสดงหน้าเว็บนั้นขึ้นมาทันทีจากตัวอย่างด้านบน ทําให้เราสามารถกําหนด CNAME เพื่อชี้ไปยัง Hostname ปลายทางใดๆก็ได้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากในกรณีที่เรามีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง Hostname เราก็แค่เปลี่ยน Config CNAME ให้ชี้ไปยัง Hostname ใหม่เท่านั้น User ก็จะยังเข้าใช้งานผ่าน Subdomain เดิมได้