Template Literals คือ ความสามารถหนึ่งของ javascript ที่เราสามารถใช้ String ภายในเครื่องหมาย grave accent (อยู่ที่ปุ่มเปลี่ยนภาษา) ได้เช่น
let str = `My String`;
ข้อดีของมันก็คือ มันสามารถแทรกตัวแปรเข้าไปแบบนี้ได้เลย
let myStr = `My name is: ${name}`;
ภายใน ${} จะเป็นการใช้การประมวลผลของ javascript ครับ ดังตัวอย่าง
console.log(`1 and 1 make ${1 + 1}`); // ได้ผลเป็น 1 and 1 make 2
ความเจ๋งของ template literals ยังมีอีกอย่างหนึ่งครับ คือมันสามารถ run function ได้ ซึ่งเราจะเรียกมันว่า tag ไปดูตัวอย่าง Code ได้เลยครับ
const myTag = (literals, ...args) => {
console.log('Literals: ', literals);
console.log('args: ', args);
return 'Result from myTag';
};
const fname = 'Thiti';
const lname = 'Yamsung';
const result = myTag `Hello ${fname}${lname}!`;
console.log(result); //Output -> Result from myTag
จะได้ผลลัพธ์คือ

สวัสดีครับสําหรับบทความนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มต้นเรียนรู้ภาษา Go ว่ามีความเป็นมาอย่างไร และเริ่มต้น Coding ด้วยภาษา Go จะต้องเริ่มต้นอย่างไร
ก่อนอื่นมาทําความรู้จักกับ Tor hidden service กันก่อน Tor hidden service เป็นการซ่อน Service หรือ Website ไม่ให้สามารถเปิดได้ด้วยเครือข่าย Internet ทั่วไป หรือไม่สามารถค้นหาผ่าน Search engine ทั่วไปได้ เรียกกันว่า Deep web และ Dark web โดยจะซ่อน Service หรือ Website ไว้ในเครือข่าย Tor ซึ่งจะสามารถเข้าได้ผ่าน Tor browser และ Url จะลงท้ายด้วย .onion รายละเอียดสามารถกลับไปอ่านจากบทความเรื่อง Deep web และ Dark web ด้านมืดของ Internet
Service Worker คือ JavaScript ทำงานบนเว็บเบราเซอร์ ซึ่งจะทำงานอยู่เบื้องหลังแยกออกจากตัวเว็บโดยตัว Service Worker นิยมใช้ทำ Offline mode ที่เราพบเห็นจากเว็บส่วนใหญ่ของ Google รวมถึงการเพื่อทำ Web Push Notification และจะมีความสามารถอื่นๆ เพิ่มเข้ามาในอนาคต และ Service Worker สามารถดัก Network Request ของเว็บ เช่น HTTP Request, โหลดรูป หรือ API Call โดยทุก Request ที่ออกจากเว็บเราจะผ่าน Service worker ทั้งหมดทำให้เราสามารถจัดการ Network Request ได้ดีขึ้น เช่น การคืนค่าจาก Cache แทนที่จะส่ง Request นั้นออกไปจริงๆ หรือในกรณีที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้