Template Literals คือ ความสามารถหนึ่งของ javascript ที่เราสามารถใช้ String ภายในเครื่องหมาย grave accent (อยู่ที่ปุ่มเปลี่ยนภาษา) ได้เช่น
let str = `My String`;
ข้อดีของมันก็คือ มันสามารถแทรกตัวแปรเข้าไปแบบนี้ได้เลย
let myStr = `My name is: ${name}`;
ภายใน ${} จะเป็นการใช้การประมวลผลของ javascript ครับ ดังตัวอย่าง
console.log(`1 and 1 make ${1 + 1}`); // ได้ผลเป็น 1 and 1 make 2
ความเจ๋งของ template literals ยังมีอีกอย่างหนึ่งครับ คือมันสามารถ run function ได้ ซึ่งเราจะเรียกมันว่า tag ไปดูตัวอย่าง Code ได้เลยครับ
const myTag = (literals, ...args) => {
console.log('Literals: ', literals);
console.log('args: ', args);
return 'Result from myTag';
};
const fname = 'Thiti';
const lname = 'Yamsung';
const result = myTag `Hello ${fname}${lname}!`;
console.log(result); //Output -> Result from myTag
จะได้ผลลัพธ์คือ

สวัสดีครับ ในบทความนี้ก็เป็น EP.8 แล้วนะครับ โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Channel Select Multiple Communication Operationsสําหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน EP.7 ท่านสามารถกลับไปอ่านก่อนได้นะครับที่นี่ Go EP.7 Go Unit Testingในบทความก่อนหน้านี้เราได้เรียนรู้เรื่องการใช้งาน Go Channel กันไปแล้ว จะเห็นว่าถ้าเราต้องการส่งข้อมูลมากกว่า 1 Channel อาจจะทําเกิด blocking การทำงาน เมื่อ Channel ใด Channel หนึ่งไม่มีการรับส่งข้อมูล หรือไม่สามารถส่งข้อมูลได้อีก สิ่งที่จะมาช่วยให้โปรแกรมของเราทํางานต่อไปได้ก็คือ Select statement เรามาดูวิธีการใช้งานตามหัวข้อด้านล่างเลยครับ
VoWifi คือ การโทรศัพท์ผ่าน wifi โดยการทํางานจะเป็นแบบนี้ครับ พูดง่ายๆก็คือ แทนที่จะใช้สัญญานจากโทรศัพท์(สัญญานคลื่นความถี่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วไป) เปลี่ยนไปใช้สัญญานจาก wifi(internet) แทน ข้อดีคือ เมื่อคุณไปต่างประเทศ คุณไม่จําเป็นต้องใช้เสาสัญญานของประเทศนั้นๆ เพียงแค่มีสัญญาน wifi คุณก็สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้เหมือนอยู่ที่ประเทศไทย
สวัสดีครับสําหรับบทความนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มต้นเรียนรู้ภาษา Go ว่ามีความเป็นมาอย่างไร และเริ่มต้น Coding ด้วยภาษา Go จะต้องเริ่มต้นอย่างไร