การใช้งาน VI Editor

15 May 2025,
Share: 
Cover image

สวัสดีครับ ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้การใช้งาน Editor ที่นิยมใช้กันในตระกูล Linux เนื่องจากเป็น Editor ที่ถูกติดตั้งอยู่ใน Linux เกือบทั้งหมด และใครที่ใช้งาน Version Control อย่าง Git ก็ได้ใช้ VI ด้วยเช่นกัน โดยจะเจอตอนที่เราใส่ git commit message

สําหรับ VI จะมีการทํางานอยู่ด้วยกัน 2 โหมดคือ Command mode และ Insert mode

  • Command mode คือโหมดคำสั่งที่ทำเกิดการดำเนินการกับไฟล์
  • Insert mode คือโหมดที่ใช้สำหรับป้อนข้อความ

การใช้งานนั้นก็ไม่มีอะไรครับเริ่มต้นด้วยการใช้คําสั่งนี้ เพื่อสร้างไฟล์ใหม่หรือแก้ไขไฟล์ที่มีอยู่

vi filename.txt

เมื่อเปิดไฟล์ขึ้นมาครั้งแรกจะอยู่ใน Command Mode

vi-editor-1

เราสามารถเปลี่ยนจาก Command Mode เป็น Insert mode ได้โดยการกด “i” จะได้หน้าตาประมาณนี้

vi-editor-2

เมื่ออยู่ใน Insert mode เราจะสามารถเพิ่มข้อความเข้าไปได้ตามต้องการ

vi-editor-3

ถ้าเราต้องการออกจาก Insert mode ให้เรากดปุ่ม “esc” ได้เลย

และถ้าต้องการจะออกจาก VI พร้อมกับ Save ไฟล์ด้วย เราสามารถทําได้ดังนี้

ในขณะที่เราอยู่ใน Command Mode ให้เราพิมพ์คําสั่งนี้เข้าไป “:wq” ประมาณนี้

vi-editor-4

เมื่อเรา Enter จะออกจาก VI และ Save ไฟล์ให้เราด้วย

ต่อไปเราจะมาดูว่าเราสามารถใช้ Command อะไรใน VI ได้บ้าง

  • $ vi — เปิดหรือแก้ไขไฟล์
  • i — สลับไปยังโหมด Insert
  • Esc — สลับไปที่โหมดคำสั่ง
  • :w — บันทึกและแก้ไขต่อไป
  • :wq หรือ ZZ — บันทึกและออกจาก vi
  • :q! — ออกจาก vi และไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลง
  • yy — (คัดลอก) บรรทัดข้อความ
  • p —วางบรรทัดข้อความที่ถูกดึงใต้บรรทัดปัจจุบัน
  • o — เปิดบรรทัดใหม่ภายใต้บรรทัดปัจจุบัน
  • O — เปิดบรรทัดใหม่เหนือบรรทัดปัจจุบัน
  • A — ต่อท้ายบรรทัด
  • a — ต่อท้ายตำแหน่งปัจจุบันของเคอร์เซอร์
  • I — แทรกข้อความที่จุดเริ่มต้นของบรรทัดปัจจุบัน
  • b — ไปที่จุดเริ่มต้นของคำ
  • e — ไปที่จุดสิ้นสุดของคำ
  • x — ลบอักขระตัวเดียว
  • dd — ลบทั้งบรรทัด
  • h — เลื่อนไปทางซ้ายหนึ่งอักขระ
  • j — เลื่อนลงหนึ่งบรรทัด
  • k — เลื่อนขึ้นหนึ่งบรรทัด
  • l — เลื่อนไปทางขวาหนึ่งอักขระ

ประมาณนี้นะครับสําหรับการใช้งาน VI Editor เบื้องต้น

Suggestion blogs

ค่า CRI คืออะไร

สวัสดีครับ ในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับค่า CRI กันครับ และค่าความถูกต้องของสีมีความสําคัญอย่างไร เอาไว้ทําอะไร

วิธีการเข้ารหัส และถอดรหัส BASE64

BASE64 คืออะไรBASE64 คือ วิธีการเข้ารหัสข้อมูลรูปแบบหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนข้อความ หรือข้อมูลต้นฉบับไปเป็นข้อความ หรือข้อมูลชุดใหม่ ที่ไม่สามารถอ่าน หรือรู้ว่าข้อมูลชุดนี้คืออะไร ซึ่งการเข้ารหัสชนิดนี้จะแทนที่ข้อมูลด้วยตัวอักษร 64 ตัว นั่นคือที่มาของ BASE64 ตามตารางImageวิธีการเข้ารหัส BASE64ยกตัวอย่างที่ต้องการเข้ารหัสข้อความนี้ "abcd" จะมีขั้นตอนคือ1.นําข้อมูลที่ต้องการเข้ารหัสมาแปลงเป็นเลขฐานสอง 8 bita = 01100001b = 01100010c = 01100011d = 011001002.นําเลขฐานสองที่ได้มาเรียงต่อกันตามลําดับดังนี้01100001 01100010 01100011 011001003.แบ่งเลขฐานสองออกเป็นชุด ชุดละ 6 bit กรณีที่ชุดสุดท้ายไม่ครบ ให้เติม 0 ไปจนครบ 6 bit จะได้ดังนี้01100001 01100010 01100011 01100100 00004. นําเลขฐานสองที่แบ่งไว้มาแปลงเป็นตัวอักษรตามตาราง BASE64 (ตามรูปด้านบน) โดยใน BASE64 จะนับ bit ที่ถูกเติมเข้าไปที่เป็น 00 แทนด้วย "="011000 = "Y"010110 = "W"001001 = "J"100011 = "j"011001 = "Z"000000 = "A=="** bit ที่ถูกเติมเข้าไปที่เป็น 00 แทนด้วย "=" 5.นําตัวอักษรมาเรียงต่อกันตามลําดับ YWJjZA==วิธีการถอดรหัส BASE64วิธีการถอดรหัส BASE64 ก็ไม่ยาก ทําย้อนกลับครับให้นําข้อมูลมาแปลงเป็นฐานสอง 6 bit มาเรียงต่อกันก่อน แล้วนํามาจัดกลุ่ม กลุ่มละ 8 bit โดย bit สุดท้ายที่เหลือไม่ครบ 8 bit ให้ตัดทิ้ง หลังจากนั้นก็แปลงเลขฐานสอง 8 bit แต่ละชุดเป็นข้อมูล ASCII เท่านี้ก็จะได้ข้อมูลต้นฉบับแล้วครับ

ว่าด้วยเรื่อง IEnumerator, IEnumerable และ ICloneable

บทความนี้ จะมาพูดถึง interface 3 ตัวนี้ IEnumerator, IEnumerable และ ICloneable ซึ่ง .net เตรียมไว้ให้เราไว้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้


Copyright © 2019 - 2026 thiti.dev |  v1.60.2 |  Privacy policy | 

Build with ❤️ and Astro.

Github profile   Linkedin profile   Instagram   X profile   Nostr   Youtube channel   Telegram   Email contact   วงแหวนเว็บ