โดยปกติแล้ว Class ต่างๆจะมี Method เป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าเราต้องการจะเขียน Method เพิ่มเติมเข้าไป ในกรณีที่เราเป็นเจ้าของ Source code เราสามารถแก้ไข Source code ของเราได้เลย แต่ถ้าในกรณีที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ Source code เรามีเพียงแค่ dll ไฟล์เท่านั้น เราจะทําอย่างไร? ใน .net 3.0 ขึ้นไป เราสามารถเพิ่ม Method เสริมให้กลับ Class ที่ถูกสร้างไว้แล้วได้ โดยจะเรียกว่า Extension Method
เรามาดูตัวอย่างกันครับ คือเราจะสร้าง Method สําหรับเช็คว่าเป็นเลขคู่หรือคี่ โดยทั่วๆไปจะสร้างเป็น function แยกไว้ประมาณนี้
private static bool checkEvenNumber(int a) {
return a % 2 == 0 ? true : false;
}
แล้วเวลาเรียกใช้ ก็จะเรียกแบบนี้
int x = 6;
bool isEvenNumber = checkEvenNumber(x);
แบบนี้ก็ใช้งานได้ครับ แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราเพิ่ม Method ให้กับ class int ไปเลย เวลาจะ check เลขคู่ก็ ”.” ต่อท้ายตัวแปรที่ต้องการ check ไปเลย ประมาณนี้

เราสามารถทําแบบนี้ได้โดยใช้ Extension Method วิธีทําคือ สร้าง Static class ขึ้นมา 1 class (เป็นชื่ออะไรก็ได้) ภายใน class นี้จะเป็น Extension Method ต่างๆของเรา เช่น
static class ExtensionTest {
public static bool isEvenNumber(this int a) {
return a % 2 == 0 ? true : false;
}
}
Extension Method ที่อยู่ภายใน จะ return เป็นอะไรก็ได้ และรับ parameter กี่ตัวก็ได้ แต่ parameter ตัวแรกจะต้องเป็น type ของ class ที่เราต้องการจะ เพิ่ม Method (โดยจะต้องใส่ this ด้วย) ในตัวอย่างด้านบน ผมเพิ่ม Method isEvenNumber ให้กับ Class int เวลาเรียกใช้ ก็สามารถเรียบแบบนี้ได้เลย
int x = 6;
bool evenNum = x.isEvenNumber();
ตัวอย่างการใช้งานแบบเต็มๆดังนี้ครับ
using System;
using System.Collections.Generic;
using System.Linq;
using System.Text;
using System.Threading.Tasks;
namespace ExtensionMethodExample {
class Program {
static void Main(string[] args) {
int x = 20;
Console.WriteLine(string.Format("x={0} is Even number: {1}", x, x.isEvenNumber()));
Console.Read();
}
}
static class ExtensionTest {
public static bool isEvenNumber(this int a) {
return a % 2 == 0 ? true : false;
}
}
}
จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

รีเลย์คืออะไร?รีเลย์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็น switch ตัด-ต่อ วงจรโดยใช้แม่เหล็กไฟฟ้า การที่จะทำให้รีเลย์ทำงานจะต้องจ่ายไฟให้กับรีเลย์ตาม spec ที่ระบุไว้ เมื่อจ่ายไฟให้กับรีเลย์ หน้าสัมผัสภายในรีเลย์จะสัมผัสกันทำให้เป็นวงจรปิด แต่ถ้าหยุดจ่ายไฟ หน้าสัมผัสภายในรีเลย์จะแยกออกจากกันทำให้เป็นวงจรเปิด ตามรูป
การบวก-ลบจำนวนเต็มผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวก 2 จำนวน หรือ จำนวนเต็มลบ 2 จำนวน จะมีค่าเท่ากับค่าบวกหรือค่าลบของผลบวกค่าสัมบูรณ์ตามลำดับผลบวกระหว่างจำนวนเต็มบวกกับจำนวนเต็มลบ คือ ผลต่างระหว่างค่าสัมบูรณ์ทั้งสองโดยใช้ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นตัวตั้ง แล้วใส่เครื่องหมายตามตัวมากกว่า การลบจำนวนเต็ม ต้องอาศัยการบวกตามข้อตกลงดังนี้ ตัวตั้ง - ตัวลบ = ตัวตั้ง + จำนวนตรงข้ามของตัวลบ ตัวอย่าง เช่น6 - 2 = 6 + (-2)2 - 6 = 2 + (-6)(-15) - 3 = (-15) + (-3)จะเห็นได้ว่า เวลาบวกเลขที่มีเครื่องหมาย ถ้าเครื่องหมายเหมือนกันก็เอาไปรวมกันถ้าเครื่องหมายต่างกันก็เอาไปหักกัน จำนวนที่เหลือก็มีเครื่องหมายตามจำนวนมากในการลบนั้น เราเปลี่ยนเครื่องหมายตัวลบให้เป็นตรงข้ามคือ ถ้าตัวลบเป็นจำนวนลบก็เปลี่ยนเป็นจำนวนบวกแล้วเอาไปบวกกับตัวตั้งถ้าตัวลบเป็นจำนวนบวกก็เปลี่ยนเป็นจำนวนลบแล้วเอาไปบวกกับตัวตั้ง ตัวอย่างเช่น5 + 4 = 95 + (–4) = 1(–5) + 4 = – 1(–5) + (–4) = – 95 – 4 = 5 + (–4) = 1(–5) – 4 = (–5) + (–4) = – 9(–5) – (–4) = (–5) + 4 = – 1ขอบคุณข้อมูลจาก https://sites.google.com/site/jintanapantalam/keiyw-kab-rea/rabb-canwntem
การรับและแสดงผลแบบตัวอักษร นอกจากการใช้ printf() และ scanf() แล้ว ยังมี function เฉพาะที่ใช้ในการรับและแสดงผลข้อมูลดังนี้