BASE64 คือ วิธีการเข้ารหัสข้อมูลรูปแบบหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนข้อความ หรือข้อมูลต้นฉบับไปเป็นข้อความ หรือข้อมูลชุดใหม่ ที่ไม่สามารถอ่าน หรือรู้ว่าข้อมูลชุดนี้คืออะไร ซึ่งการเข้ารหัสชนิดนี้จะแทนที่ข้อมูลด้วยตัวอักษร 64 ตัว นั่นคือที่มาของ BASE64 ตามตาราง

ยกตัวอย่างที่ต้องการเข้ารหัสข้อความนี้ “abcd” จะมีขั้นตอนคือ
1.นําข้อมูลที่ต้องการเข้ารหัสมาแปลงเป็นเลขฐานสอง 8 bit
a = 01100001
b = 01100010
c = 01100011
d = 01100100
2.นําเลขฐานสองที่ได้มาเรียงต่อกันตามลําดับดังนี้
01100001 01100010 01100011 01100100
3.แบ่งเลขฐานสองออกเป็นชุด ชุดละ 6 bit กรณีที่ชุดสุดท้ายไม่ครบ ให้เติม 0 ไปจนครบ 6 bit จะได้ดังนี้
01100001 01100010 01100011 01100100 0000
4. นําเลขฐานสองที่แบ่งไว้มาแปลงเป็นตัวอักษรตามตาราง BASE64 (ตามรูปด้านบน) โดยใน BASE64 จะนับ bit ที่ถูกเติมเข้าไปที่เป็น 00 แทนด้วย ”=”
011000 = “Y”
010110 = “W”
001001 = “J”
100011 = “j”
011001 = “Z”
000000 = “A==”
** bit ที่ถูกเติมเข้าไปที่เป็น 00 แทนด้วย ”=” 5.นําตัวอักษรมาเรียงต่อกันตามลําดับ YWJjZA==
วิธีการถอดรหัส BASE64 ก็ไม่ยาก ทําย้อนกลับครับให้นําข้อมูลมาแปลงเป็นฐานสอง 6 bit มาเรียงต่อกันก่อน แล้วนํามาจัดกลุ่ม กลุ่มละ 8 bit โดย bit สุดท้ายที่เหลือไม่ครบ 8 bit ให้ตัดทิ้ง หลังจากนั้นก็แปลงเลขฐานสอง 8 bit แต่ละชุดเป็นข้อมูล ASCII เท่านี้ก็จะได้ข้อมูลต้นฉบับแล้วครับ
สวัสดีครับ ปกติเวลาเริ่มใช้งาน Raspberry Pi หลังจากที่ติดตั้ง OS ใน SD Card แล้ว SSH จะถูก Disable ไว้ ซึ่งเป็น Default ถ้าเราต้องการใช้งานก็จะต้องไป Config เพื่อเปิดมัน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ใช้งาน Raspberry Pi ส่วนใหญ่จะต้องใช้งาน SSH อยู่แล้ว
ในบทความนี้ผมจะพูดถึงวิธีการ install docker ใน raspberry pi (สําหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Docker คืออะไรให้อ่านบทความนี้ก่อน Docker คืออะไร ครับ) เริ่มต้นด้วยการเตรียมอุกปรณ์ดังนี้raspberry pi (ในบทความนี้ผมใช้ raspberry pi 2)SD Card ที่ติดตั้ง RASPBIAN เรียบร้อยวิธีติดตั้งสามารถทําได้สองวิธีคือ
สวัสดีครับ ในบทความนี้ก็เป็น EP.6 แล้วนะครับ โดยเนื้อหาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Go Channel ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจาก Go EP.5 Go Routine ครับสําหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่าน EP.5 ท่านสามารถกลับไปอ่านก่อนได้นะครับที่นี่ Go EP.5 Go Routineมาเริ่มเรียนรู้ไปด้วยกันตามหัวข้อด้านล่างเลยครับ