Unicode คือ รหัสข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้แทนอักขระ สามารถใช้แทนตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ต่างๆ ได้มากกว่า ASCII ซึ่งแทนอักขระได้แค่ 256 ตัวเท่านั้น(1Byte) Unicode สามารถใช้แทนตัวอักษร จากภาษาทั้งหมดทั่วโลก 24 ภาษา
ความแตกต่างระหว่าง Unicode กับ ASCII คือ Unicode จะใช้ข้อมูล 2 Byte ในการแทนอักขระ 1 ตัว จะแทนอักขระได้ทั้งหมด 2^16 = 65,536 ตัว แต่ ASCII จะใช้ข้อมูล 1 Byte ในการแทนอักขระ 1 ตัว จะแทนอักขระได้ทั้งหมด 2^8 = 256 ตัว ทําให้ Unicode สามารถแทนตัวอักษรได้ทุกภาษาบนโลก

หลักการของ Unicode คือ แต่ละตัวอักษรในภาษาต่างๆ จะมีรหัสเฉพาะของตน แต่รูปแบบของรหัสที่ใช้แทนค่าตัวอักษรนั้นมีหลายรูปแบบ เราจะเรียกว่า Unicode transformation format (UTF) การแทนรหัสในแบบที่ง่ายที่สุดคือ การใช้จํานวนบิตคงที่ คือจะใช้จํานวนบิต 32 bit(4 Byte/1 Character) โดยจะเรียกวิธีการแทนรหัสแบบนี้ว่า UTF-32 แต่การแทนค่าในรูแปบนี้จะทําให้เปลืองเนื้อที่ค่อนมาก แนวคิดการประหยัดพื้นที่การเก็บข้อมูลคือ ไม่จําเป็นต้องแทนรหัสตัวอักษรด้วยจํานวนบิทคงที่ เช่น การแทนรหัสตัวอักษรแบบ UTF-16 และ UTF-8
UTF-16 จะแทนรหัสตัวอักษรที่ใช้บ่อยๆ ด้วยรหัสขนาด 16 bit(2 Byte) ส่วนอักขระที่ใช้ไม่บ่อยจะแทนด้วยรหัสขนาด 32 bit(2-4 Byte)
UTF-8 จะแทนรหัสตัวอักษรที่ใช้บ่อยๆ ด้วยรหัสขนาด 8 bit(1 Byte) ส่วนอักขระที่ใช้ไม่บ่อยจะแทนด้วยรหัสขนาด 16 bit หรือ 32 bit (1-4 Byte)
การแทนรหัสแบบ UTF-8 จะใช้รหัสแทนอักขระตัวอักษรภาษาอังกฤษ เหมือนกับ ASCII
การแทนรหัสข้อมูลในรูปแบบต่างๆ สามารถดูได้จาก
โดยปกติแล้วการเข้าถึง หรือสั่งงาน Raspberry Pi จะใช้ SSH ซะส่วนใหญ่ แต่ถ้าเราอยากจะใช้เป็นแบบ GUI ก็สามารถทําได้เช่นกันครับ โดยใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า VNC Server ซึ่งโปรแกรมตัวนี้จะทําให้เราสามารถ เข้าถึง Raspberry pi ผ่าน network ได้
ปัจจุบันตัวเก็บประจุถูกผลิตออกมามากมายหลายแบบ ประเภทของตัวเก็บประจุที่พบส่วนใหญ่มีดังนี้Tantalum electrolytic capacitorsCeramic capacitorsSilver mica capacitorsMylar capacitorsBipolar capacitorsElectrolytic capacitors
ไฟฉาย Jetbeam รุ่น Jet-TH20 เป็นไฟฉายรุ่นที่ที่มีความสว่างสูงสุด 3,450 Lumens แสงพุ่งไกลถึง 350 เมตร จุดเด่นของรุ่นนี้คือ สามารถใช้งานได้ในขณะอุณหภูมิติดลบถึง -20°Cใช้แบตเตอรี่ขนาด 18650 หรือ CR123*2 คุณสมบัติโดยทั่วไปดังนี้